http://www.huangjuijing.com/attachments/Image/12/01.jpg

http://www.huangjuijing.com/attachments/Image/12/02.jpg

http://www.huangjuijing.com/attachments/Image/12/03.jpg

http://www.huangjuijing.com/attachments/Image/12/04.jpg

http://www.huangjuijing.com/attachments/Image/12/05.jpg

http://www.huangjuijing.com/attachments/Image/12/06.jpg

http://www.huangjuijing.com/attachments/Image/12/07.jpg

http://www.huangjuijing.com/attachments/Image/12/08.jpg

http://www.huangjuijing.com/attachments/Image/12/09.jpg

http://www.huangjuijing.com/attachments/Image/12/10.jpg

http://www.huangjuijing.com/attachments/Image/12/11.jpg

http://www.huangjuijing.com/attachments/Image/12/12.jpghttp://www.huangjuijing.com/attachments/Image/12/12.jpg

ข้อมูล : http://www.huangjuijing.com

http://www.tlcthai.com/webboard/data/181/1/07-03-2009/54360/images/54360_headline?1237152166

บทวิเคราะห์วิจารณ์ภาพยนตร์ Bolt ซูเปอร์โฮ่ง หัวใจเต็มร้อย  

ในที่สุดก็ได้ฤกษ์ฉายกันซะทีกับภาพยนต์อนิเมชั่นจากค่าย Disney ที่ฉายเดี่ยวทำโดยที่ไม่ได้จับมือกับทาง Pixar ความจริงเรื่องนี้นั้นได้ฉายที่อเมริกาไปตั้งแต่ พฤศจิกายน ปีที่แล้ว จนตอนนี้ออกมาเป็น DVD แล้วด้วยครับ แต่ที่เมืองไทยก็เพิ่งเข้าโรงฉายอย่างเป็นทางการไปเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมานี้

 

สำหรับเนื้อเรื่องโดยย่อนั้น เล่าถึงหมาตัวหนึ่งที่ชื่อว่า Bolt (ให้เสียงโดย John Travolta) แต่ว่าเจ้าหมาตัวนี้ไม่ใช่หมาธรรมดาครับ ด้วยความสามารถระดับ Super Dog แล้วไม่ว่าจะเป็น ตาที่ปล่อยลำแสงได้ หรือว่าความสามารถพิเศษต่างๆอีกมากมาย เพียงแต่มันเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นบนจอภาพยนต์เท่านั้นโดยที่เจ้า Bolt เองก็ไม่รู้ด้วยซ้ำ จนมาวันหนึ่งที่เจ้า Bolt ได้หลุดออกมาอยู่ในโลกแห่งความจริงในเมืองนิวยอร์คซิตี้ที่ อยู่กันคนละฟากกับ Hollywood บ้านเกิดเมืองนอนของเจ้า Bolt การผจญภัยของ Super Dog ในโลกแห่งความจริงพร้อมกับผองเพื่อนอย่างแมวขี้เบื่อ Mittens และเจ้าหนูแฮมเสตอร์ Rhino ถึงแม้ว่าทั้ง 3 จะไม่ค่อยชอบหน้ากันเท่าไหร่นัก แต่ทว่าพวกมันก็เดินทางไปด้วยกัน ซึ่งทำให้ Bolt ค้นพบว่า มันไม่ได้ต้องการพลังพิเศษเพื่อที่จะเป็นฮีโร่

http://www.tlcthai.com/backoffice/upload_images2/20090307100947.jpg

สำหรับมุข Super Hero ในจอที่หลุดออกมาผจญภัยในโลกแห่งความเป็นจริงนอกจอนั้นออกจะไม่ค่อยใหม่นัก รวมถึง Super Hero ที่เป็นหมานั้นก็ไม่ได้ตื่นเต้นอะไรมากมาย แต่หลังจากที่เดินออกจากโรงภาพยนตน์แล้ว ผมบอกได้คำเดียวว่า ประทับใจครับ ได้อะไรหลายๆอย่างนอกจากความบันเทิงติดออกมามากมาย ไม่ว่าจะเป็นเพลงที่เพราะและความหมายดีอย่างเพลง “Barking at the Moon” โดยเฉพาะท่อนที่ว่า “There’s no home like the one you’ve got, Cause that home belong to you” และการบอกเล่าเรื่องราวความผูกพันธุ์ของคนและสัตว์เลี้ยงได้อย่างโดนใจเลยทีเดียว

 ข้อมูลเพิ่มเติม [Bolt Official Website : Disney]ขอขอบคุณข้อมูลจาก  http://meetjoeblog.net/

http://entertain.teenee.com/thaistarphoto/img9/m203688.jpg

 

http://www.daradaily.co.th/content/news/p1-7756.jpg

 

http://entertain.teenee.com/thaistarphoto/img9/m203687.jpg

 

จากกรณีที่เป็นกระแสถกเถียงกันมาโดยตลอดว่า "ก้อย-รัชวิน วงศ์วิริยะ"

       หวานใจของ "นายเป้-อารักษ์" หรือเป้วงสเลอ นั้นไปทําศัลยกรรมมาจริงหรือเปล่า ซึ่งแรกๆ ต้องยอมรับในความใจแข็งของสาวก้อยที่ไม่ยอมปริปากสารภาพความจริงว่าตนเองนั้นสวยด้วยการพึ่งมีดหมอจริง จนอาจจะไปกระตุ้นต่อมหมั่นไส้ของใครหลายๆ คนเข้า

กระทั่งล่าสุดเมื่อไม่นานมานี้ นางเอกสาวที่ถือว่ากําลังมาแรงกับผลงานภาพยนตร์เรื่องรักสามเศร้าได้ถูกมือดีปล่อยข่าวและนํารูปเก่าสมัยตั้งแต่เธอยังเรียนมหาวิทยาลัย มาเปรียบเทียบกับรูปปัจจุบันให้เห็นชัดๆ ว่าเธอเสริมจมูกจริง

กระแสในอินเตอร์เน็ตไวยิ่งกว่าอะไร เมื่อเหยี่ยวข่าวเห็นกันแบบจะจะ สาว "ก้อย-รัชวิน" ที่มาเดินแบบให้กับงานเปิดร้านเสริมสวยย่านสยามสแควร์ จึงหนีไม่พ้นต้องสารภาพกันแบบหมดเปลือกเพราะจนมุมจากภาพที่ปรากฏ ซึ่งเธอก็ออกมายอมรับแต่โดยดีว่าตนเองนั้นไปทําศัลยกรรมมาจริงๆ แต่เธอทําตั้งแต่สมัยเรียนมหาวิทยาลัยแล้ว และทําเพื่อเสริมโหงวเฮ้งเท่านั้นไม่ได้คิดว่าจะเข้าวงการบันเทิงด้วยซ้ำ

"เป็นเรื่องในอดีต ไม่ได้ซีเรียส ไม่ได้อะไร ก้อยก็ยอมรับว่าทํา แต่มันนานมากแล้ว ตั้งแต่สมัยเด็กๆ ตอนเรียนมหาวิทยาลัย ก่อนจะมาอยู่วงการบันเทิงด้วยซ้ำไป ตั้งแต่สมัยยังเรียนอยู่เลย ก็ไม่ได้เอามาเป็นปัญหาหรือซีเรียสอะไร ก็เป็นธรรมดา เราอยู่ตรงนี้ก็ต้องทําใจ ว่าพอเรามีชื่อเสียง มันก็มีทั้งคนที่ชอบเรา และไม่ชอบเรา เท่าที่ก้อยทราบมา ก็มีนักแสดงหลายคนที่โดนกรณีนี้มาก่อนเหมือนกัน"

จากนั้นเธอยังบอกถึงสาเหตุในการออกมายอมรับกับการที่เธอไปทําศัลยกรรมมาจริงว่ามันไม่ใช่เรื่องน่าละอายและน่าซีเรียส เนื่องจากเห็นว่าการทําศัลยกรรมของตนก็ไม่ได้สร้างความเดือดร้อนให้กับใคร ซึ่งตัวเธอเองถือเป็นเรื่องส่วนตัวของแต่ละคน ส่วนใครจะยอมรับหรือไม่ยอมรับว่าทําหรือไม่ได้ทําศัลยกรรม มันก็ถือเป็นเรื่องส่วนตัวและเหตุผลของแต่ละคนเช่นกัน และเธอก็ยอมรับว่าอึดอัดที่ต้องถูกจับตามองตั้งแต่หัวจรดเท้าอีกด้วย

"มันก็อึดอัดเหมือนกันนะ ถ้าเราเป็นคนธรรมดา ทําหรือไม่ทํา ก็คงไม่มีใครสนใจ แต่พอมาอยู่ตรงนี้ เราก็ต้องทําใจ บางทีก้อยรู้สึกว่าเราไม่ได้ทําอะไรเสียหาย ไม่ได้สร้างความเดือดร้อนให้ใคร ถ้าเราบริสุทธิ์ใจ ว่าเราพูดความจริง หรือเราทําอะไร มันอยู่ที่ตัวเองมากกว่า ถ้าเราคิดดี พูดดี ทําดี เรื่องภายนอกมันไม่สําคัญเท่ากับว่าเราเป็นคนยังไง แล้วเราเป็นที่รักของคนอื่นหรือเปล่า แต่ก็ยอมรับว่ามันก็มีนิดหนึ่ง ไม่ใช่ถึงขั้น โอ๊ย...ไม่เป็นไร มันก็มีไม่สบายใจเหมือนกัน แต่เชื่อว่าข่าวก็คือข่าว พอมีอะไรขึ้นมา เราก็แค่พูดความจริงในสิ่งที่เราคิด แต่ถ้าเราไม่สร้างความเดือดร้อนให้ใคร เดี๋ยวมันก็จะเงียบไปเองค่ะ"



เครดิต

- www.daradaily.co.th


- webboard.truelife.com/newsgroup/detail.jsp?gu...   

 

  ”Giants”  บุฟเฟ่เนื้อย่างญี่ปุ่นร้านนี้...ผมเห็นในหนังสือ DACO :  นิตยสารเพื่อคนรุ่นใหม่ที่สนใจวิถีชีวิตแบบนิปปอน มาทุกฉบับ แต่ไม่มีเวลาไปเก็บข้อมูลสักที และที่สำคัญโทรไปที่ไหร่ต้องได้โต๊ะตอน 3 ทุ่มกว่าทุกที แสดงให้เห็นว่าโต๊ะไม่ว่างเลยจริงๆ...แต่โชคดีวันนี้ผมโทรไปแต่หัววัน ตั้งแต่บ่ายโมง กะว่าจะจองโต๊ะสัก 5-6โมงเย็น...แต่รู้มั้ยคับว่าผมได้โต๊ะตอนไหน...2 ทุ่ม สี่สิบคับ..ไม่น่าเชื่อ...อะไรจะมีคนกินเยอะปานนั้น...ทำให้เป็นที่มาของเรื่องในวันนี้หละคับ...ต้องไปพิสูจน์สักหน่อย แต่ไม่รู้ว่าเค้าโทรกันไปจองตอนไหนกันเนื่ย หรือว่าต้องจองข้ามวัน....++++

http://www.misterbuffet.com/shop_japan_giant_pic2.jpg

 ก่อนพูดถึงร้าน ต้องพูดหน้าร้านนิดนึงคับ...คนเยอะจริงๆ...ผมไปก่อนเวลาสักครึ่งชั่วโมง แต่มีคนยืนรอหน้าร้านเยอะทีเดียว...ร้านนี้อยู่ในตึกซิตี้รีสอร์ท ถ้าใครเข้าทางเพชรบุรตัดใหม่..ก็คือซอยตรงตึกอิตาเลียนไทยที่จะทะลุสุขุมวิทได้...ตรงไปจนสุดทาง  จะเป็นทางแยกจะเห็นตึกนี้ตั้งตระหง่านอยู่ข้างหน้า...ก็ขึ้นมาชั้น3 เลย...มาง่ายมากคับ... บรรยากาศในร้านตกแต่งสำหรับการกินเนื้อย่างโดยเฉพาะ..โต๊ะนั่งก็เป็นการนั่งบนเสื่อ แล้วก็มีหลุมให้เรายืดขาลงไปได้...นั่งสบายๆ...เตาที่นี่ก็เป็นเตาถ่าน ไฟแรงเอาการ...คนเยอะดี...ทำให้บรรยากาศการทานวันนี้คึกคักดีมากเลยอะ...มากันเป็นกลุ่ม คณะ เค้าก็สามารถจัดโต๊ะให้เราได้นะคับ..ไม่ต้องเกรงใจ

http://www.misterbuffet.com/shop_japan_giant_pic3.jpg

มีเหมือนบุฟเฟ่ต์เนื้อย่างทั่วไป มีทั้งเนื้อลายมัน เนื้อปกติ เนื้อหมู ไก่ ปลาเซลมอน  ที่สำคัญที่นี่มีกุ้งให้ด้วยคับ...ตัวเป่งๆ ทั้งนั้นเลยอะ เติมได้ตลอด และเค้าก็มีเห็นเออรินจิไว้บริการด้วยนะ...รวมถึงพวกข้าวญี่ปุ่น ข้าวกระเทียม พวกผักต่างๆ กิมจิ ก็มี..

http://www.misterbuffet.com/shop_japan_giant_pic4.jpg

ที่นี่เค้าคิด 450 บาทเน็ทนะ ไม่มีคิดอะไรเพิ่ม...น้ำก็มีให้...โค้ก เป็บซี่ก็มีเติมไม่อั้น ไม่คิดค่าน้ำเพิ่มด้วย...ผมไปกับเพื่อน 2คน คิด 900 บาทเน็ทเลย...ก็ถือว่าโอเคเลยอะ  สำหรับบริการก็ถือว่าเร็วดีคับ....ทั้งเสริฟ รับออร์เดอร์ ..เก็บจาน...ก็ใช้ได้เลยนะ...ถ้าจะมากันก็แนะนำนะคับว่าต้องโทรจองก่อน...มิเช่นนั้นอาจเสียเที่ยวได้

 

ราคา   450 บาท เน็ท (12.00-23.00). สีลม  เขตวัฒนา 
โทร.
02-662-2986 , 089-155-1587, 086-3175817

79 อาคารซิตี้รีสอร์ท ชั้น 3 (UFM Fuji Super 2)  สุขุมวิท 39 แขวงคลองเตยเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพฯ 10110

ขอบคุณข้อมูลจาก http://www.misterbuffet.com

 

เคล็ดลับเลือกซื้อบ้าน

posted on 15 Mar 2009 10:58 by marsija in Home

แนะนำเคล็ดลับการซื้อบ้านชาญฉลาด

อย่างช่วงสิ้นปีไม่ว่าจะเป็นธุรกิจสายไหน ก็ล้วนแต่อยู่ในช่วงเร่งทำยอดกันทั้งนั้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในแวดวงอสังหาริมทรัพย์ ช่วงเวลานี้นับเป็นช่วงโค้งสุดท้ายที่หลายค่ายต่างงัดเอากลยุทธ์ต่างๆ นานามาเฉือดเฉือนกันอย่างสุดความสามารถ เพื่อให้บรรลุตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ เพราะช่วง 10 เดือนที่ผ่านมา อุปสรรคหลายอย่างที่ทำให้ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เดินไปสะดุดอยู่ตลอด

ในทางตรงกันข้าม สำหรับพวกเราในฐานะที่เป็นผู้ซื้อบ้าน ช่วงนี้นับเป็นโอกาสทองที่จะได้ซื้อบ้านในราคาพิเศษ ก่อนที่ราคาต้นทุนบ้านจะขยับสูงขึ้นตามราคาน้ำมันและดอกเบี้ยในปีหน้า แต่ก่อนจะตัดสินใจซื้อบ้านสักหลัง homeandi มีข้อแนะนำน่าสนใจจากหนังสือพิมพ์ Post Today มาฝากคนมองหาบ้านทุกท่าน ดังนี้


เปิด 5 บ้านเด่นปี 48
เน้นเกาะเส้นคมนาคมสายใหม่

ทำเลที่ตั้งของบ้าน คือ ปัจจัยพิจารณาอันดับแรก ซึ่ง นายวสันต์ คงจันทร์ รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท เอเจนซี่ ฟอร์ เรียลเอสเตท จำกัด กล่าวว่า บ้านจัดสรรและคอนโดมิเนียมในทำเลที่ต่างกัน เมื่อเวลาผ่านไปมูลค่าหรือราคาบ้านจะเพิ่มขึ้นหรือลดลงต่างกัน ดังนั้น การซื้อสังหาริมทรัพย์หรือซื้อบ้าน ผู้ซื้อต้องพิจารณาจากปัจจัยประกอบเพิ่มเติมจากที่เคยคำนึงถึงในเรื่องความสะดวกในการเดินทางเพียงอย่างเดียว กล่าวคือ ต้องพิจารณาว่า ในย่านนั้นมีข้อกฎหมายใดๆ ควบคุมอยู่บ้าง มีการประกาศแนวเวนคืนหรือไม่ นอกจากนี้ ควรพิจารณาถึงโครงข่ายคมนาคมที่จะเกิดขึ้นในอนาคตด้วย

โดยในช่วงเวลานี้ไปจนถึงปี 2548 ทำเลที่ดีที่สุดสำหรับการซื้อที่อยู่อาศัยมีทั้งหมด 5 ทำเล ประกอบด้วย

  • ทำเลเส้นทางรถไฟสายสีม่วงบางใหญ่ - บางซื่อ หลังจากที่คณะรัฐมนตรีอนุมัติงบประมาณในการก่อสร้างราคาที่ดินได้ปรับขึ้นตลอดสายเฉลี่ย 5% เมื่อเทียบระหว่างปี 2546 กับปี 2547 โดยราคาเฉพาะช่วงถนนรัตนาธิเบศน์ที่ใกล้กับแนวรถไฟฟ้ามีราคาประปรับขึ้นสูงสุด 13% หรือปรับจากราคาตารางวาละ 4 หมื่นบาทเป็น 4.5 หมื่นบาท ในขณะที่บ้านจัดสรรย่านบางใหญ่ที่เป็นปลายทางรถไฟฟ้า มีการปรับราคาขึ้นไปแล้วประมาณ 10% รถไฟฟ้าสายนี้จะเปิดที่ดินใหม่ย่านบางใหญ่ สร้างมูลค่าเพิ่มให้กับทำเลสนามบินน้ำและทำเลย่านสะพานพระนั่งเกล้า
  • ทำเลเส้นทางรถไฟฟ้าช่วงสวนหลวง - อ่อนนุช รวมทั้งในพื้นที่ดังกล่าวยังมีการก่อสร้างทางด่วนสายบูรพาวิถีเชื่อมพื้นที่อ่อนนุชและสนามบินสุวรรณภูมิ ซึ่งคาดว่าอีกอย่างน้อย 2 ปี ทางด่วนสายนี้จะเสร็จสมบูรณ์ เมื่อโครงการเชื่อมโยงพื้นที่ดังกล่าวกับสนามบินสุวรรณภูมิ และศูนย์กลางธุรกิจเสร็จสมบูรณ์ ที่ดินและโครงการย่านอ่อนนุชจะมีราคาแพงขึ้นแน่นอน
  • ทำเลในเมือง ซึ่งเป็นพื้นที่เชื่อมต่อสถานีรถไฟฟ้าทั้ง 2 สาย คือ รถไฟฟ้าบีทีเอสและรถไฟฟ้าใต้ดิน นอกจากทำเลย่านอโศกและสุขุมวิท ที่มีความน่าสนใจในด้านการซื้ออสังหาริมทรัพย์เพื่ออยู่อาศัยและปล่อยเช่าแล้ว ทำเลย่านพระราม 3 เป็นทำเลต่อเชื่อมอีกพื้นที่หนึ่งที่มีความน่าสนใจเช่นกัน
  • ทำเลย่านบางกะเจ้า ซึ่งเชื่อมต่อพระราม 3 ด้วยสะพานข้ามแม่น้ำเจ้าพระยาเชื่อมวงแหวนด้านใต้ เมื่อโครงการนี้เสร็จสมบูรณ์จะเพิ่มมูลค่าที่อยู่อาศัยย่านราษฎร์บูรณะ ประชาอุทิศ ให้มีราคาสูงขึ้น เพราะจะกลายเป็นทำเลที่เชื่อมเข้าย่านศูนย์กลางธุรกิจ คือ ถนนสาทรและสีลมได้เร็วขึ้น
  • ทำเลย่านกรุงเทพฯ ตอนเหนือ บริเวณที่มีถนนตัดใหม่เชื่อมต่อย่านวัชรพลกับลำลูกกา จะเป็นอีกพื้นที่หนึ่งที่น่าสนใจในการซื้อที่อยู่อาศัยเช่นกัน

นอกจากเครือข่ายระบบรางและถนนตัดใหม่รองรับสนามบินสุวรรณภูมิ และยังมีทำเลทองของการอยู่อาศัยในอนาคตที่มีความน่าสนใจไม่แพ้กันคือ ย่านบางซื่อ มักกะสัน และตากสิน พื้นที่เหล่านี้จะถูกพัฒนาให้เป็นชุมชนใหม่ เป็นศูนย์คมนาคมของ กทม. เชื่อมโยงสนามบินสุวรรณภูมิ ซึ่งถือว่าเป็นทำเลที่เหมาะสมต่อการอยู่อาศัยหรือซื้อเพื่อรอมูลค่าเพิ่มในอนาคตได้